Yen's Enjoyable Netshell

Daily interested working experience related to movie, music, traveling and online marketing

Facebook : Speed เร็วกว่า Google 19.01.2010

และแล้ว Google ก็ต้องเจอคู่แข่งที่น่ากลัว เหมือนกับ Star War ที่เจอ Avatar แซงไปแล้น เพราะตอนนี้ Facebook ได้ไต่อันดับมาเป็นที่ 3 ของโลกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สำหรับตัวเลขการเติบโตของ Facebook ในแต่ละประเทศ ก็ดูท่าทางจะเป็นอะไรที่น่าตกใจอยู่ โดยเฉพาะประเทศไทยที่เพิ่ม 181.6% ภายในระยะเวลา 6 เดือน และโตขึ้นถึง 1063.80% ภายในเวลา 1 ปี

Top 30 countries with highest number of Facebook users (31st December 2009 :

Rank Country Number of Facebook users 12 month growth % 6 month growth %
1 USA 101,303,240 140.8% 46.0%
2 UK 22,625,300 51.5% 20.9%
3 Turkey 16,943,780 113.6% 36.8%
4 Indonesia 14,681,580 1536.7% 126%
5 France 14,290,700 117% 32.6%
6 Canada 14,228,460 31% 19%
7 Italy 13,272,760 137.6% 30%
8 Philippines 8,387,560 2046.8% 208.4%
9 Spain 7,701,200 196.7% 33.4%
10 Australia 7,611,920 75.8% 25.7%
11 Argentina 7,387,120 227.5% 50.6%
12 Colombia 7,243,520 99.4% 25.8%
13 Mexico 6,505,040 351.5% 78.5%
14 Chile 5,808,020 39.9% 20.2%
15 Germany 5,799,520 361.9% 84.9%
16 Taiwan 5,490,300 4763% 701%
17 India 5,397,480 403.8% 66.8%
18 Venezuela 4,952,340 164.2% 38.4%
19 Malaysia 3,975,640 367.5% 99.3%
20 Sweden 3,066,180 80.7% 34.1%
21 Belgium 2,872,160 73.5% 21.1%
22 Hong Kong 2,727,980 87.0% 30.7%
23 South Africa 2,434,500 164.6% 41.5%
24 Brazil 2,413,900 1052.4% 137.7%
25 Egypt 2,341,880 184.7% 44.7%
26 Denmark 2,262,260 27.4% 15.3%
27 Norway 2,256,080 54.9% 21.7%
28 Greece 2,222,860 122.4% 35.6%
29 Israel 2,149,500 149.5% 49.9%
30 Thailand 1,963,560 1063.8% 181.6%
[*figures are taken from Facebook and then compared to Facebook usage statistics lists that I have previously compiled (allowing the 6 month and 12 month comparisons.)]

ยังไม่หมดเพียงแค่นั้น หลังจากที่มีการสำรวจและเก็บตัวเลขแล้ว ผลปรากฎว่า หน้า Fan Page ที่มีสมาชิกมากที่สุดคือ Barack Obama ประธานาธิบดีของ USA นั่นเอง

Top 30 Facebook Fan Pages by number of fans (including URL)

Rank Facebook Fan Page Name Number of Facebook Fans Facebook Fan Page URL
1 Barack Obama 6,403,120 www.facebook.com/barackobama
2 Vin Diesel 4,896,507 http://www.facebook.com/VinDiesel
3 I Love Sleep 4,513,144 http://www.facebook.com/pages/I-SLEEP/73330003836
4 Pizza 4,438,396 http://www.facebook.com/pages/Pizza/44258313195
5 I need a vacation!!! 4,411,673 http://www.facebook.com/pages/I-need-a-vacation/72161599412
6 Dr. House 4,272,060 http://www.facebook.com/DrHouse
7 Facebook 3,656,863 http://www.facebook.com/facebook
8 Will Smith 3,482,480 http://www.facebook.com/WillSmith
9 Coca-Cola 3,469,069 http://www.facebook.com/coca-cola
10 Adam Sandler 3,267,567 http://www.facebook.com/Sandler
11 Nutella 3,209,214 http://www.facebook.com/pages/Nutella/24932281961
12 The Beach 3,202,312 http://www.facebook.com/pages/The-Beach/71457650100
13 Lady Gaga 3,186,934 http://www.facebook.com/ladygaga
14 Pizza 3,174,780 http://www.facebook.com/pages/Pizza/27041826093
15 Starbucks Coffee Company 3,121,797 http://www.facebook.com/Starbucks
16 South Park 2,822,345 http://www.facebook.com/southpark
17 The Beach 2,786,970 http://www.facebook.com/beachgoer
18 Pringles 2,768,967 http://www.facebook.com/Pringles
19 sleeping 2,729,107 http://www.facebook.com/pages/sleeping/140262580443
20 Pizza 2,700,071 http://www.facebook.com/pages/Pizza/38052678801
21 Jackie Chan 2,692,278 http://www.facebook.com/jackie
22 Rihanna 2,632,457 http://www.facebook.com/rihanna
23 Kinder Surprise 2,628,692 http://www.facebook.com/pages/kinder-surprise/21437643411
24 Linkin Park 2,587,919 http://www.facebook.com/linkinPark
25 YouTube 2,586,665 http://www.facebook.com/youtube
26 Summer! 2,565,983 http://www.facebook.com/pages/Summer/61006568944
27 Flipping the pillow over to get to the cold side 2,564,729 http://www.facebook.com/PillowFlipper
28 Twilight 2,543,088 http://www.facebook.com/TwilightMovie
29 I hate stupid people 2,520,504 http://www.facebook.com/pages/Baku-Azerbaijan/I-hate-stupid-people/50283271871
30 Live Messenger 2,504,068 http://www.facebook.com/LiveMessenger

(figures taken from Facebook)

ก็ไม่รู้ว่าถ้าจัดอันดับเฉพาะเมืองไทย ท่านนายกอภิสิทธิ์จะเป็นอันดับหนึ่ง หรือ TK กันแน่ก็ต้องรอดูกันต่อไป

 

Did You Hear About The Morgans? 11.01.2010

ได้ยินชื่อเรื่องอาจจะงง ๆ Morgans คืออะไร แต่ถ้าเป็นชื่อไทย “ไฮโซมอร์แกน โกบ้านนา” น่าจะคุ้นหู แล้วเข้าตาสำหรับคนอยากดูหนังสบาย ๆ ไม่ซีเรียส ไม่เอารางวัล และต้องไม่คาดหวัง เราตีตั๋วเข้าไปดูเพราะแฟนของเราเค้าได้ไปดู หนังเก่าที่ Hugh Grant เล่น เรื่อง “Notting Hill” แล้วรู้สึกอยากดูเค้าเล่นอีก เราก็เลยตกกระไดพลอยโจรไปด้วย

ปกติแล้วฝรั่งจะใช้ The ตามด้วยนามสกุล แล้วเพิ่มตัว “s” เข้าไป ดังนั้นในที่นี้ จึงเป็น The + Morgan(s) หมายถึงครอบครัวหรือคู่สามีภรรยา Morgans นั่นเอง

โดยได้ Hugh Grant และ Sarah Jessica Parker มาเป็นแม่เหล็ก ซึ่งเนื้อหาของภาพยนต์ไม่ค่อยมีอะไรซับซ้อนมากมาย เริ่มต้นเรื่องจากการแยกกันอยู่ของ เมอรีล (ซาราห์ เจสสิกา ปาร์กเกอร์) และ พอล มอร์แกน (ฮิวจ์ แกรนต์) ที่หากดูจากภายนอกจะเป็นคู่รักจากแมนฮัตตันสุดแสนจะสมบูรณ์แบบ แต่ปัญหาชีวิตแต่งงานนี้ก็ยังเล็กนัก เมื่อเทียบกับสิ่งที่เขาและเธอกำลังจะต้องเผชิญ จากการที่จู่ๆ ก็กลายมาเป็นพยานในคดีฆาตกรรม จนต้องตกเป็นเป้าหมายของฆาตกร

Did you hear about the morgans?

เพื่อความปลอดภัย คู่รักมอร์แกนต้องย้ายถิ่นฐานจากเมืองใหญ่สุดหรูอย่างแมนฮัตตัน ในนครนิวยอร์ก ไปสู่เมืองบ้านนาเล็กๆ ที่มีแต่ต้นไม้และโขดหิน นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเอาซะเลย เมอรีลและพอลจะรับมืออย่างไรกับชีวิตสุดโลโซ ที่ไม่มีแม้แต่สัญญาณมือถือ บทสรุปของคู่รักคู่นี้จะลงเอยอย่างไรในชีวิตบ้านนาของพวกเขา

การดำเนินเรื่องง่าย ๆ ไม่มีอะไรหวือหวา แต่สอดแทรกมุขแดกดันชาวนิวยอร์ก หรืออเมริกาได้อย่างแสบ ๆ คัน ๆ เหมือนกัน แต่เราไม่ค่อยจะเข้าใจมากนัก อาจจะเป็นเพราะเราเป็นคนไทยก็เป็นได้ ในขณะที่ฝรั่งที่นั่งข้างหน้าขำแถวตกเก้าอี้

Look good and beautiful although she's quite old

Hugh grants with shining stars (big bear)

ในหนังเรื่องนี้มีดาราเด่นอีก 2 คน คือ Natalia Klimas รับบทเป็น Monique Rabelais และ Vincenzo Amato รับบทเป็น Girard Rabelais ที่มีหน้าที่คอยพิทักษ์พยานให้กับ Hugh Grant และ Sarah Jessica Parker … ความเก๋าของดารา 2 คนนี้ คงต้องขอยกนิ้วโป้งให้พร้อมบอกว่า “เยี่ยม” เพราะแต่ละฉากที่ดาราทั้ง 2 ออกมานั้น แทบจะเรียกว่าแย่งความเด่นจากพระเอกและนางเอกได้เยอะพอสมควร

Natalia Klimas & Vincenzo Amato

สำหรับตัวเรา เราว่าเป็นหนังที่โอเคเรื่องหนึ่ง ไม่แย่มาก แต่ก็ไม่ได้เลิศเหมือน The Proposal ดูแก้เครียดได้ระดับหนึ่ง แต่ที่เรารู้สึกได้คือ Hugh Grant ในเรื่องนี้ดูจะด้อยไปหน่อย เหมือนบทที่เขียนให้เค้าเล่นนั้นไม่ได้เป็นตัวส่งให้เค้าเด่นมากนัก หากเทียบกับ Sarah Jessica Parker

ดูหนังแล้ว ย้อนดู marketing กันนิดหนึ่ง
เป็นเรื่องธรรมดาไปแล้วสำหรับหนัง ที่จะต้องมีการประชาสัมพันธ์ผ่าน Online และส่วนใหญ่การทำเว็บที่ใช้ในการโปรโมทหนังก็มักจะเป็นเรื่องจำเป็น แต่ไม่แตกต่าง พูดง่าย ๆ คือ จำเป็นต้องมี ไม่ใช่มีแล้วจะแตกต่างกว่าคู่แข่ง แต่มีบางอย่างเปลี่ยนไป จากเดิมที่มีแค่ข้อมูลหนัง ตัวอย่างหนัง รูปภาพดารา ฯลฯ ตอนนี้มีการ add social network เข้าไปเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มคนดูได้มากขึ้น

Official website of did hear about the morgan

Official website of did hear about the morgan

โอ้ว !! ไหงมี social network icon เยอะแบบนี้เนี่ย แล้วแต่ละตัวมันเป็นไงกันบ้าง ไว้คราวหน้า แพนด้าจะเอาเรื่อง Social Network ประเภทต่าง ๆ ที่ดังในต่างประเทศ และนิยมในเมืองไทยมาฝากกันนะคะ

 

Social Media ยังไม่เข้าตา Cheif Marketing Officer 30.11.2009

Filed under: Digital Updated — kritchaya @ 10:17 am
Tags: , ,

อย่างที่ทราบกันดีว่า ยุคใหม่ 2010 นี้ ความแรงที่มาอย่างต่อเนื่องและฉุดไม่อยู่ ต้องยกนิ้วให้กับ คุณพี่ Social Network ไม่ว่าจะเป็น Facebook, hi5 และ MySpace เรียกได้ว่า แรงมาก ๆ แต่อย่างว่า “Everything can run under money” ดังนั้น Social Network ทุกแห่งมักจะต้องการเงินทุนมา support ดังนั้น การให้ความสำคัญกับการตลาดออนไลน์ก็จะเป็นอีก 1 ปัจจัยที่ทำให้ Social Network เหล่านี้ มีการพัฒนาตัวเองได้

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ตรงกันข้ามกับการเติบโตของ Social Network คือ มีเพียง 55% ของ CMO (Chief Marketing Officer) แบรนด์ใหญ่ๆ ก็ยังคงไม่เห็นความสำคัญของ Social Media Marketing

Social Media Mket

ถึงแม้จะมี CMO มากกว่าครึ่งที่ยังไม่สนใจ Social Media Marketing แต่ก็ยังมี 10% ที่ระบุว่าเคยได้ลองใช้สื่อ Social Media แล้ว โดยระบุว่า “Social Network เว็บไซต์ นั้นค่อนเข้ากับกลุ่ม นักเรียน นักศึกษา มากกว่า”

นักการตลาดส่วนใหญ่จะสนใจการผสมผสานของสื่อ Sociel Media Mix มากกว่า เช่น 52% สนใจ Internet Forum, 47% สนใจ webcasts หรือ podcasts, 47% สนใจ Email, 37% สนใจ Blog และอีก 52% สนใจ Webinars โดยไม่ได้ระบุถึง Facebook หรือ MySpace

Online Marketing เป็นส่วนสุดท้ายทีจะูถูกตัด หากต้องถูกตัดงบโฆษณา CMOs ส่วนใหญ่เลือกที่จะไม่ตัด และยังมีถึง 23% ที่ต้องการใช้งบ online ในอีก 12 เดือนข้าง

ข้อมูลเหล่านี้เป็นของต่างประเทศเสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งไม่ต้องพูดของพี่ไทยเลย ความสำคัญเหลือแค่ขี้เล็บ

Source: Epsilon

 

Microsoft Office 2010 30.11.2009

Filed under: Uncategorized — kritchaya @ 10:03 am
Tags: , ,

[เอ.อาร์.ไอ.พี, www.arip.co.th] รายงานข่าวล่าสุด เมื่อวันที่ 18 พ.ย. ที่ผ่านมาว่า ไมโครซอฟท์ (Microsoft) ได้ประกาศให้ผู้ใช้ทั่วโลกสามารถดาวน์โหลด Office 2010 เวอร์ชันทดลอง (Office 2010 beta) ไปใช้กันได้แล้ว โดยทางบริษัทคาดว่า น่าจะมีผู้ใช้ที่สนใจดาวน์โหลดไปลองใช้อย่างน้อย 1 ล้านราย

ในกรณีที่คุณใช้ Office 2003 อยู่แล้วเกิดอยากลองใช้ Office 2010 คุณอาจจะรู้สึกว่า เหมือนเริ่มหัดใช้ซอฟต์แวร์กันใหม่เลยทีเดียว เนื่องจากส่วนติดต่อผู้ใช้ (User Interface) แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่ถ้าคุ้นเคยกับ Office 2007 อยู่แล้ว คุณจะสามารถใช้ออฟฟิศรุ่นใหม่ได้อย่างรวดเร็ว” Chris Capossela รองประธานอาวุโสแผนกธุรกิจของไมโครซอฟท์ กล่าว

เขา ยังกล่าวอีกด้วยว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่เกิดขึ้นในช่วงรอยต่อระหว่าง Office 2003 และ Office 2007 จะไม่ได้มีความแตกต่างของอินเตอร์เฟซมากนัก เมื่อขยับขึ้นมาใช้ Office 2010 แต่ผู้ใช้จะรู้สึกว่า มันใช้งานง่าย และมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ลงตัวกว่าเดิมมาก นอกจากนี้ Capossela ยังเชื่ออีกด้วยว่า ผู้ใช้จะต้องรู้สึกตื่นเต้นกับคุณสมบัติใหม่ๆ มากมายทีมาพร้อมกับออฟฟิศ 2010 อย่างเช่น

* ฟังก์ชันใหม่สำหรับแก้ไขวิดีโอในสไลด์ของโปรแกรม PowerPoint
* ฟังก์ชันร่วมแก้ไขเอกสารใน Word ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สองคนสามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงไฟล์เอกสารได้พร้อมกัน
* การ จัดการอีเมล์ใน Outlook และความสามารถในการผูกบัญชีผู้ใช้ Outlook เข้าไปในเว็บไซต์เครือข่ายสังคม (Social networks) ที่คุณชื่นชอบ

” นี่ถือเป็นอีกหนึ่งหลักไมล์ของโปรแกรม Office ที่ใครก็สามารถใช้งาน และสนุกไปกับคุณสมบัติต่างๆ ของซอฟต์แวร์ได้อย่างครบครัน” Capossela กล่าว สำหรับกำหนดการวางตลาดของ Office 2010 จะอยู่ในช่วงประมาณกลางปี 2010 ดาวน์โหลด Office 2010 เวอร์ชันทดลอง

Microsoft Office 2010 (The Movie)

Microsoft Office 2010 (Demo)

ที่มา : Channelweb

 

Reason to Learn English 19.11.2009

Filed under: Funny Ads — kritchaya @ 9:09 am

ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ทุกคนควรจะศึกษาตั้งแต่เด็กนะคะ ไม่งั้นจะเป็นแบบนี้

 

Microsoft Shops’ Entetainment 19.11.2009

วันนี้ยังไม่ได้เอาบรรยากาศออฟฟิสมาฝาก แต่เป็นวีดีโอกิ๊บเก๋ที่แสดงให้เห็นว่า “เมืองนอกก็มี Relax Time” เป็น ร้าน Microsoft Store สาขา Mission Viejo เห็นแบบนี้แล้ว น่าจะเก็บค่าลิขสิทธิ์นะ เพราะเราว่าเหมือนโฆษณาสุำกี้ยี่ห้อหนึ่งของคนไทย

จริง ๆ แล้วไอเดียการมี Relax Time เวลาทำงานเนี่ย เราแอบเห็นในหนังโฆษณาหลายชุดเหมือนกัน เช่น Kitkat

ยังไม่หมดนะ เคยเห็นในหนังเรื่อง “รถไฟฟ้ามาหานะเธอ” มีฉากที่ออฟฟิสนางเอกจะมีเวลาให้ Relax (เต้นออกกำลังกาย) ตอน 9.00 น. ดูแล้วขำดี แต่มันก็ทำให้ได้คิดนะว่า เดี๋ยวนี้คนเราต้องการการ Break เพื่อเพิ่มพลังบ้างในบางครั้งเพื่อประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยม ว่าแล้ว…ต้องกลับไปทำงานแล้น Break มาให้ 20 นาทีแล้วนะเนี่ย ^-^

 

New Style Office of Digital Industry 18.11.2009

Filed under: Working Day — kritchaya @ 10:06 am

เค้าว่ากันว่ามนุษย์เราอยู่ที่ทำงานมากกว่าอยู่ที่บ้านถึง 80% เราทำงาน 8 ชั่วโมง เป็นปกติ แต่สำหรับคนบางกลุ่มทำงานมากกว่า 8 ชั่วโมงเป็นปกติ ปัจจุบันจะเห็นว่าบริษัทที่ทำด้านอินเตอร์เน็ท หรือเป็นออฟฟิสยุคใหม่นั้น มักจะให้ความใส่ใจการตกแต่งสถานที่ทำงานให้เข้าการ lifestyle ของคนยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการออกกแบบ พื้นที่ใช้สอย กิจกรรมการผ่อนคลาย ที่ประจำสำหรับพักผ่อน จุดสำหรับการ sharing idea และอื่น ๆ อีกมากมาย

วันนี้เลยเอาออฟฟิสที่น่าสนใจมาฝากเพื่อน ๆ กัน พอไปเห็นแล้วอยากไปทำมากกกกกก นอนออฟฟิสก็ยอม

ตัวอย่างเช่น บริษัทออนไลน์ยักษ์ใหญ่อย่างพี่ google

ดูวีดีโอกันไปแล้ว มาดูภาพนิ่งกันบ้างดีกว่า

ไว้คราวหน้าจะเอาของพวก Social Network อย่าง Twitter หรือ  Facebook มาอวดนะจ๊ะ ^-^

 

Working Day: ฟังเพลงวัน (วาน) ฝันหวานตอนเย็น 17.11.2009

เมื่อวันก่อนนั่งทำงานมาเกือบ 6 ชั่วโมง ตาปรือมาก สัพหงกไปหลายรอบ แต่ต้องสะดุ้งทำตัวตรง เพราะน้องที่ออฟิตเปิดเพลงขึ้นมา (สงสัยลืมปิดเสียง) ดังมาก !!!! แล้วดันเป็นเพลงของคู่หูดูโอ้คู่หนึ่งซึ่งทันสมัย (ยุคพี่เต๋าผมบ๊อบ) ทำให้ทุกคนที่นั่งทำงานกันอยู่ฮากันไปตามระเบียบคนแก่ ^-^

เราเลยกลับมานั่งคิดว่าสมัยนั้นมีใครบ้างที่เป็นนักร้องคู่หู ดูโอ้เหมือนกัน ก็ได้มาบ้าง แต่อาจจะไม่หมด (เพราะเกิดไม่ทัน) ฮะ ฮ่า
เริ่มจากคุณพี่ใหญ่ ต่อต๋อง วงทู ซึ่งมาในสไตล์ผมยาวเซอร์ กางเกงยีนส์ขาดวิ่น หญิงเห็นหญิงกรี๊ดสลบ (สมัยนั้นนะจ๊ะ)

ต่อด้วยไม่แก่มาก แก่พอประมาณคือ พี่ฝันดีฝันเด่น จำได้ว่าตอนเปิดตัวนักร้องคู่นี้ มีแต่คนกรี๊ด เพราะว่าเป็นนักร้องคู่แฝด แล้วหน้าตี๋มากกกกกก ซึ่งไม่น่าจะได้รับความนิยม (ตอนนั้นมันต้องหล่อล่ำ แฮนด์ซั่ม หรือไม่ก็เซอร์ไปเลย)

อีกหนึ่งคู่ที่ไม่น่าลืม คือ คู่ลิฟท์ออย เพราะเพลงที่เค้าปล่อยมานั้น มีการเอามาเล่นคำผวนกันอย่างเมามัน แต่จำคำถามไม่ได้เหมือนกันว่าคำถามกวน ๆ นั้นมันคืออะไร รู้แค่ว่าต้องตอบว่า ลิฟท์ออย เพราะ “ลอยบ่จม” -> “รมณ์บ่จอย”

คราวนี้มาดูเด็ก ๆ บ้างดีกว่า ที่ตอนนี้โตเป็นหนุ่มหล่อเหลา อยากเอาเป็นแฟนมากกก (อิอิ) ไปดูเอาเองแล้วกันว่าเป็นใคร

ไม่ใช่มีแต่คู่ผู้ชายนะยะ ที่เราจำได้ (แค่เรานึกไม่ค่อยออกเท่านั้นเอง) มีอีกคู่หนึ่งเด็กน้อยน่ารักวัยใส มาแนวใหม่ เพราะเป็นพี่น้องกัน “Raffy Nancy” ตอนนั้น จะฮิตท่านี้กันมาก ออกแนวอินเตอร์หน่อย ๆ

จริง ๆ ยังมีอีกเยอะมาก แต่เนื้อที่คงไม่พอ ไว้ต่อคราวหน้าแล้วกันเนาะ ถ้าเพื่อน ๆ จำใครได้อีก ก็เอามาแบ่งปันความหลัง (จะได้รู้ว่าตัวเองแก่แค่ไหน) กันนะจ๊ะ

^-^

 

Social Network: New Trend for New Gen 17.11.2009

Filed under: Online Marketing — kritchaya @ 7:16 am
Tags: , , ,

สำหรับคำว่า Social Network นั้นเรียกได้ว่ามีมานานมากในเมืองนอก แต่ในเมืองไทย เริ่มเข้ามาติดหูคนเน็ตอย่างเรา ๆ ก็เมื่อประมาณ 2-3 ปีที่แล้ว

กระแสนิยมเริ่มต้นจากการ post รูปของเหล่าดาราต่าง ๆ ที่มักจะมีภาพหลุึดใน Hi5 แล้วเป็นข่าวหน้า 1 ไปยันทุกจอทีวี ทำให้เด็กวัยรุ่นเริ่มเกาะกระแสการ post รูปใน Hi5 ที่เรียกว่าเป็น Social network ประเภทหนึ่งในเมืองไทย

หลายคนคงสงสัยว่า Social Network คืออะไร
จริง ๆ แล้ว มีคนให้คำนิยามคำว่า “Social Network” หลากหลายต่างกันไป โดยสรุปแล้วความหมายของคำว่า Social Network คือ “เทคโนโลยีออนไลน์ซึ่งช่วยให้บุคคลสามารถแบ่งปันความคิดเห็น, ความรู้สึกภายใน, ประสบการณ์ และมุมมองต่อกันและกัน”

ทำไม social network ถึงได้รับความนิยม??
ใน ปัจจุบันสถานการณ์ที่เร่งรีบ เช้าต้องกุลีกุจอตื่นไปทำงาน เบียดเสียดรถไฟฟ้า บากบั่นไปถึงที่ทำงาน เริ่มงานไม่ทันไร เที่ยงเสียแล้น ถ้าเป็นแต่ก่อน เราก็นั่งกินข้าวไป เม้าท์ไปกับเพื่อน ๆ ถึงสิ่งที่เราเจอเมื่อคืน, เมื่อวานหรือเมื่ออาทิตย์ก่อน แต่ตอนนี้ลงไปกินข้าวยังต้องเร่งให้เสร็จเร็ว ๆ เพื่อจะได้กลับไปทำงานได้ทันเวลา ตอนเย็นเลิกงาน รถก็ติด กว่าจะถึงบ้านก็แทบสลบ

ด้วยความที่มนุษย์เป็นสัตว์สังคมประเภทหนึ่ง การทำงานในภาวะเร่งรีบ โดยไม่มีเวลาการสื่อสารกับเพื่อนหรือกลุ่มคนในเรื่องทั่วไป (ที่ไม่ใช่เรื่องงาน)จึงกลายเป็นปัญหาหนึ่งที่มนุษย์เราพยายามหาทางแก้ไข ดังนั้น Blog หรือ Social Network นี้เองจึงได้กลายเป็นที่สนอกสนใจของคนวัยเริ่มทำงาน ไปยังวัยกลางคน ความเร่งรีบไม่ใช่อุปสรรคสำหรับการแบ่งปัน เล่าประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ตนเองไปเจอมาได้อีกต่อไป

จึงไม่น่าแปลกในว่าในสังคมตะวันตกที่มี การแข่งขันสูง จะให้ความสำคัญกับ Social network มาก ตอนนี้มันเริ่มกระจายมาไทยแล้ว ก็หวังว่าเราคงจะไม่กลายเป็นมนุษย์ Text เหมือนอย่างชาวตะวันตกนะคะ อย่างไร ก็หันไปคุยหรือยิ้มให้กับคนข้าง ๆ บ้าง มนุษย์ยังไงก็อยากให้คงความเป็นมนุษย์อยู่นะคะ

 

Search Marketing : New Opportunity for New Media 17.11.2009

Filed under: Online Marketing — kritchaya @ 7:09 am
Tags: , , , , ,

ในการเล่นอินเตอร์เน็ทของคนไทยนั้น มีพฤติกรรมอยู่แบบหนึ่งที่ไม่สามารถปฎิเสธได้ว่า “เป็นกิจกรรมที่กลายเป็นนิสัยคนไทยไปแล้วก็ว่าได้” สิ่งนั้นคือ คิดอะไรไม่ออก หาอะไรไม่เจอ ก็ต้องพิมพ์คำว่า “www.google.co.th” ก่อนเป็นอันดับแรก หากจะเปรียบก็เหมือนเวลาหาโทรศัพท์ในสมัยก่อน ที่คิดไม่ออกก็ต้องโทร 1133 หรือเปิดสมุดหน้าเหลือง พอผ่านมาได้สักพักก็เริ่มมีการโทรหา Bug 1113 แทน

ดัง นั้น จึงไม่น่าแปลกใจว่า การตลาดแบบ Search Marketing เข้ามาเป็นที่แพร่หลายในวงการ Online ได้อย่างง่ายดายในช่วงเวลาเพียงแค่ 1-2 ปีที่ผ่านมา

หลายคนคงสงสัยว่าคำว่า Search Marketing คืออะไร???

Search Marketing = Search Engine Optimization (SEO) + Search Engine Marketing (PPC / SEM)

SEO: search engine optimization หรือ การเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องมือค้นหา
[1] เป็นการจัดทำ ปรับปรุง หรือปรับแต่งหน้าเว็บไซต์เพื่อให้ติดอันดับต้น ๆ ในหน้าผลการค้นหาของ Search Engine
[2] ในลักษณะธรรมชาติ (เรียกศัพท์เฉพาะว่า “ออร์แกนิก”) ซึ่งผ่านทางเป้าหมายของคำค้นหาที่ต้องการ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ การทำการตลาดผ่านระบบค้นหา หรือ Search Engine Marketing (SEM)

SEO เป็นการเลือกทางเลือกที่ดีที่สุดใน Search Engine คือ การปรับปรุงเว็บไซต์ด้วย เทคนิคต่าง ๆ เพื่อให้ติดอันดับต้น ๆ ของเว็บ Search Engine ด้วยคำสำคัญโดยเน้นให้ผลของคำค้นปรากฏอยู่ในส่วนของ Natural Search Result (Organic Search Result) หรือในส่วนของผลลัพธ์ทางด้านซ้ายมือของเว็บเสิร์ชเอนจิน เวลาที่คนเข้ามาค้นหาในเว็บเสิร์ชเอนจิน เช่นที่ กูเกิล ยาฮู หรือ เอ็มเอสเอ็น ด้วยคำสำคัญที่ต้องการค้นหาแล้ว จะปรากฏลิงก์ของเว็บไซต์ของ เราเพื่อทำให้ติดอันดับต้น ๆ ในหน้าผลการค้นหา ซึ่งการทำ SEO นั้นจะประกอบไปด้วย การปรับปรุง-เพิ่มคำสำคัญ (คีย์เวิร์ด) ในหน้าเว็บไซต์ การปรับแต่งหน้าเว็บไซต์ให้มีขนาดเล็ก การใช้ meta tag และวิธีอื่น ๆ ควบคู่กันไป

เพื่อ ให้ง่ายต่อความเข้าใจเกี่ยวกับ SEO นั้นก็เหมือนช่องทางหนึ่งในการทำการตลาด โดยการทำความเข้าใจว่าอัลกอริทึมของเสิร์ชเอนจินนั้นทำงานอย่างไร และ คำ ๆ ไหนที่ผู้เยี่ยมชมมีความต้องการที่จะค้นหา เพื่อช่วยเลือกเว็บเพจที่ตอบสนองความต้องการและความสนใจของผู้ทำการค้นหา

การส ร้างเว็บเพจโดยการใช้เทคนิค SEO นั้นก็ไม่ได้หมายถึงการสร้างเนื้อหาที่เป็นที่ชื่นชอบต่อเสิร์ชเอนจินเพียง อย่างเดียวโดยที่ไม่คำนึงถึงผู้เยี่ยมชม ซึ่งวิธีการทำ SEO นั้นอาจจะมีการเกี่ยวข้องกับการปรับปรุงโค๊ดของเว็บไซต์, การนำเสนอ, โครงสร้างของเว็บไซต์ และสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งของการทำ SEO ก็คือเนื้อหาที่มีประโยชน์ และจะต้องเป็นเนื้อหาต้นฉบับ

Search engine marketing, หรือ SEM, เป็นรูปแบบของการทำการตลาดบนอินเตอร์เน็ทในการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์โดย เพิ่มการค้นเจอในหน้าผลลัพท์ของ Google (SERPs) โดยต้องเสียเงินให้กับทาง Google. ลักษณะของโฆษณานั้นจะเป็นข้อความประมาณ 50-60 ตัวอักษร อยู่ที่มุมด้านขวาของหน้าผลการค้นหาของแต่ละ keyword เราเรียกการทำการตลาดแบบนี้ได้อีกอย่างว่า “Pay Per Click (PPC)” คือ ลูกค้าจะต้องจ่ายค่าโฆษณาให้กับทาง google ต่อเมื่อมีการคลิกที่โฆษณานั้น ๆ

หวัง ว่าคราวนี้คนทำมาค้าขายออนไลน์ก็น่าจะได้ข้อมูลเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการเป็นข้อมูล Support เวลาต้องตัดสินใจจ่ายเงินให้กับ Google ไม่มากก็น้อยแล้วนะ

แหล่งข้อมูลและที่มา :

http://en.wikipedia.org/wiki/Search_engine_marketing

 

 
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.